วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

คำศัพท์เฉพาะของชาวเวสป้า !

คำศัพท์เฉพาะของชาวเวสป้า

          อยากให้ทุกคนได้ทราบถึงศัพท์ของชาวเวสป้าเค้าเรียกกัน เพราะเวสป้านั้นศัพท์เทคนิคเยอะจริงๆ บางทีมือใหม่ที่เข้ามาอาจยังไม่รู้จะเกิดความสงสัยแบบ ไม่มีทางออก บอกไม่ถูก 

          ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่สนใจจะศึกษาหรือว่าชอบเวสป้าเป็นอย่างมาก เพราะมันจะเป็นปะโยชน์สำหรับใครบางคนที่สนใจแน่เลยครับ

          เชิญติดตามได้เลย ณ บัด Now ! !!


เรื่องของตูด


จำพวกตระกูล 64 ลักษณะท้าย....
รูปบน ตูดมน - ปี 59 - 63 ตูดรถจะมนๆ
รูปล่าง ตูดตัด - ปี 63 - 65 ตูดรถจะออกเปนเหลี่ยม

แต่บางคันอาจตีตูดใหม่ตอนทำสีก็ได้ครับ




เรื่องของสีรถเวสป้า


รูปบน - สีแห้ง / แห้งๆ / สีเดิม แล้วแต่จะเรียกครับ
รูปล่าง - สีดี / สีกิ๊ก / สี100% หรือ 90-80-70% แล้วแต่จะเรียกครับ







เรื่องของชาวเวสป้าเรียกรถ



รถดี = ขับขี่ดี ไม่เกเรต่อผู้ขี่ (หรืออาจจะหมายถึง รถหายากมีราคาก็ว่าได้)

รถพัง = รถที่มีปัญาในเรื่อง ระบบต่างๆของรถ ไม่ว่าจะเครื่องหรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้ไม่สามารถขี่ต่อไปได้ เป็นผลให้ผู้ขี่ต้องเหนื่อยและเซ็ง

รถแปลง =  รถแปลงคือรถที่นำเอารถรุ่นอื่นมาทำการดัดแปลงต่างๆ เพื่อให้รถเป็นรุ่นที่นิยมและสามารถเพิ่มราคาขึ้นมาได้

รถเทพ = รถที่มีอะไหล่ในการตกแต่งประกอบเป็นของแท้หรือมีราคา หรือรถที่มีส่วนประกอบหลักเป็นของเดิมๆหรือแท้ๆ ทั้งนี้ราคาจะแพงขึ้นมา
 
***   แต่ก็ไม่ได้หมายรวมถึงคนขี่รถคันนั้นๆว่านิสัยจะเทพตามรถ แต่ประการใด??  ***

รถนรก = รถที่มีผู้ขี่ทำตัวแย่ครับ

จบบริบูรณ์



เรื่องของ Mod 


Mod มาจาก Modernism เป็น lifestyle ของวัยรุ่น(teenager) เกิดขึ้นใน London ยุค 1950s 

Mod เป็นเรียกว่าเป็นวัฒนธรรมของคนกลุ่มหนึ่ง (subculture หรือ วัฒนธรรมย่อย) ที่มีฐานะเป็นชมชั้นกลาง ในยุดแรกๆ 

คนกลุ่มนี้จะเป็นพวกบ้าแฟชั่นและดนตรีมาก แฟชั้นที่ใส่ก็เช่นพวกสูท (slim-cut italian suit ให้นึกถึง The beatle ประมาณนั้นอะ) ดนตรีก็จะเป็นพวก modern jazz และ rhythm and blues ชีวิตในสังคมก็จะเป็น คนเมืองที่ใช้ชีวิตกลางคืน และเชื่อกันว่าคู่อริของ Mod ก็คือ พวกRockers ซึ่งก็เป็น subculture อีกกลุ่มนึง แต่ทั้งสอง subculture นี้ ก็ถูกแบ่งออกมาจาก subculture นึงอีกที คือ Teddy boy

แรกเริ่มเดิมที Mod ถูกใช้เรียกกลุ่มแฟนเพลง modern jazz ต่อมาคนกลุ่มนี้ก็เริ่มที่จะแต่งตัวและมี lifestyle ที่เป็นเอกลักษณ์ และเริ่มที่จะขี่ "Scooter" กัน และก็ชอบอะไรเหมือนๆกัน เช่น art หรือท่าเต้นแบบ mod อีกด้วย

สถานที่ส่วนใหญ่ที่ใช้รวมตัวกันก็จะเป็นพวกไนท์คลับ ยกตัวอย่างเช่น The Scene หรือ The Flamingo ใน London หรือจะเป็น Twisted Wheel Club ใน Manchester เพื่อที่จะโชว์เอกลัักษณ์ที่กล่าวมา 

MOD มักจะใช้ SCOOTER เป็นพาหนะไปไหนต่อไหน ส่วนใหญ่ก็คือ LAMBRETTA หรือ VESPA นี่แหละ เหตุผลส่วนนึงก็มาจากการที่ พวกรถหรือการเดินทางโดยสาธารณะไม่ค่อยเข้าท่าสำหรับพวกเขา ด้วยเหตุที่ราคาของScooter ก็ถูกกว่ารถยนต์

หลังจากนั้นก็มีกฎหมายออกมาบอกให้รถมอเตอร์ไซร์ทุกคั นต้องมีกระจกอย่างน้อย 1 อัน พวกMod ลยยัดเข้าไป 4 หรื 10 บางที 32 อัน เพื่อล้อเลียน ปรชดประชัน กฎหมายใหม่อันนั้น(รวมไปถึงไฟหลายๆดวงด้วย) (วง The Who's อัลบั้ม Quadrophenia ก็ยังเอาไปแต่งเกี่ยวกับรถของเค้าที่มีกระจดสี่อัน ไปหาฟังเอา) 

หลังจากนั้นMod ก็ขยายใหญ่ หรือไปฟังพวกเพลง soul,ska,bluebeat ด้วย ทำให้เกิดวงดนตรีดังๆหลายต่อหลายวงที่กลายมาเป็นวงระ ดับตำนาน

ในยุคนั้น(ประมาณ1964) MOD กับ Rocker ก็ยังทะเลาะกันตีกันอยู่เนืองๆ ทั้งสองกลุ่มนี้มีความสำคัญ เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่นในยุคนั้นเลยทีเดียว


........................................


เรื่องของ Mods (ภาคต่อ)


Mods 

ในราวปี ค.ศ. 1960 วิถีการดำเนินชีวิตแบบหนุ่มสาวผู้มั่งคั่งได้เกิดขึ้นในอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับยุคเริ่มต้นของการปฏิวัติทาง เศรษฐกิจและสังคม ในตอนแรกด้วยภาวะเศรษฐกิจที่มั่นคงและมีงานให้เลือกท ำมากมาย ทำให้คนรุ่นหนุ่มสาว มีรายได้มากพอ จนต่อมาได้เกิดเจเนอเรชั่นที่สามารถก่อให้เกิดความเป ลี่ยนแปลง ในสื่อหลายสาขาที่คนเหล่านั้นเข้าไปทำงาน

ความเคลื่อนไหวของกลุ่ม Mod (ย่อมาจาก Modernists- คนรุ่นใหม่) นั้นคือ Mods ประกอบด้วยคนหนุ่มสาวเป็นหลัก ทั้งคนทำงานระดับมันสมองและระดับปฏิบัติงาน พวกเขาไว้ทรงผมสไตล์ฝรั่งเศส สวมกางเกง กับเสื้อสูทคล้าย

แจ็คเก็ตที่มักทำด้วยขนกระต่าย ซึ่งโดยรวมแล้วลักษณะการแต่งกายจะไปในแนวแฟชั่นสมัยใ หม่แบบอิตาลี ซึ่งต่างจากสไตล์ boxierที่ผู้ชายมักสวมชุดแบบค่อนข้างอนุรักษ์นิยม สำหรับการแต่งตัวแบบสบาย ๆ แล้ว กลุ่ม Mods จะสวมกางเกงขาตรงเกือบรัดรูป เสื้อโปโล เช่นของ Fred Perry และ Ben Sherman ส่วนสาว ๆ จะใส่เสื้อคลุมหนังสีดำแบบ

สปอร์ต กระโปรงสั้นรัดรูป หรือ กางเกงรัดรูป และ รองเท้าบู๊ต การแต่งหน้าของสาว ๆ Mods จะเน้นที่ดวงตา โดยเขียนขอบตาและปัดขนตาสีดำ ทรงผมเป็นมันวาวและทำให้ดูพอง ๆ หนา ๆ โดยการยีผมและประโคมเจลแต่งผมเพื่อให้ผมอยู่ทรง บุคลิกสาว ๆ จะดูคล่องแคล่วและดูเหมือนผู้ชาย ซึ่งแตกต่างอย่างมากกับแฟชั่นของผู้หญิงในยุคนั้น ต่อมาชาว Mods ก็นิยมใส่เสื้อผ้าที่มีชีวิตชีวาและเป็นตัวของตัวเอง มากขึ้น

นอกจากนี้แล้ว เสื้อโค้ดยี่ห้อ Parkas ที่พวกเขาชอบใส่ขี่เล่น Scooter ก็ยังเป็นที่รู้จักกันมาก (เสื้อคลุมตัวใหญ่พร้อมหมวก) ซึ่งเสื้อโค้ดตัวหนักนี้ นอกจากเป็นเครื่องบ่งบอกความเป็นชาว Mods ของพวกเขาแล้ว ยังช่วยป้องกันความหนาวเย็นขณะขี่ Scooter ได้เป็นอย่างดี หนึ่งในวัฒนธรรมหลักของชาว Mods คือ Scooter ที่ผลิตจากอิตาลี่ ยี่ห้อ Vespa หรือ Lambretta ซึ่งออกแบบให้เหมาะสมกับการขับขี่ในเมือง ด้วยแบบรถที่ดูเรียบ ๆ แต่มีสีสันเป็นประกาย และ ท่านั่งขับขี่ที่ตัวตั้งตรง เป็นเสน่ห์ที่ทำให้ชาว Mods เห็นว่าเข้ากันได้กับสไตล์ของพวกเขา พวกเขาจะตกแต่ง

Scooter ด้วยกระจกและไฟจำนวนมาก โดยส่วนมากไม่ได้ใช้ไฟและกระจกเหล่านั้น
การเสพย์ยาเป็นเรื่องปกติของชาว Mods โดยเฉพาะแอมเฟตามีน ยาเหล่านี้เข้ากันได้กับวิถีชีวิตของพวกเขา โดยทำให้พวกเขาทำอะไร ๆ ได้นานขึ้น เช่น เต้นรำ สังสรรค์ หรือ ขี่ Scooter ยา purple hearts หรือ blues ทำให้หนุ่มสาวชาว Mods ทำงานได้ทั้งวันและยังมีแรงพอที่จะออกไปสนุกสนานยามค ่ำคืนจนเกือบรุ่งเช้า ส่วนวันรุ่งขึ้น พวกเขาก็จะใช้เวลางานในที่ทำงานสำหรับการพักฟื้น ชาว Mods ถูกมองว่าชอบทำสิ่งที่คนรุ่นก่อนไม่เคยได้ทำหรือสัมผ ัส สำหรับคนบางกลุ่มแล้ว พฤติกรรมนี้ดูเหมือนขาดความรับผิดชอบ สุดโต่ง และ คุกคาม


Steve Marriot (Small Faces)

ชาว Mods มองว่าพวก Rockers เป็นศัตรู ซึ่งพวก Rockers ฟังเพลง ร็อคแอนด์โรล ไว้ผมยาว ขี่จักรยานยนต์คันโต และใส่เสื้อหนังกับกางเกงยีนส์ ชาว Mods มองว่า Rockers ไม่มีสไตล์ หรือ ไม่มีความภาคภูมิใจในภาพลักษณ์ของตนเอง ในขณะที่ชาว Rockers คิดว่า ชาว Mods หยิ่งลำพอง และ คล้ายผู้หญิง และยังมอง Scooter แบบเย้ยหยัน ชาว Mods คิดว่า การขัดแย้งกับชาว Rockers เป็นเรื่องธรรมดาที่มีได้ทุกวันหยุดธนาคาร การกระทบกระทั่งกันระหว่างสองกลุ่มนี้เกิดขึ้นเป็นปร ะจำเมื่อชาว Rockers ขี่จักรยานยนต์เข้ามาในเมือง ดังเช่น เหตุการณ์ที่ยังเป็นที่จดจำที่เกิดขึ้นในเมือง Brighton ในปี ค.ศ. 1994 ในเหตุการณ์นั้น ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ก่อเหตุ ในขณะที่สื่อต่าง ๆ ได้โหมประโคมข่าวกันอย่างกว้างขวาง สร้างความสลดใจให้แก่ผู้คนที่ได้อ่านหัวข้อข่าวและรู ปภาพเหตุการณ์ในหนังสือพิมพ์ ถึงแม้ว่าผู้คนในสังคม จะวิตกเรื่องที่หนุ่มสาวออกนอกลู่นอกทางอยู่นอกเหนือ การควบคุม แต่เบื้องหลังหัวข้อข่าวในหนังสือพิมพ์ ก็ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าความเสียหายจากอาชญากรรม และ การจู่โจมที่ไม่รุนแรงมากนัก

เราขอแสดงความเคารพแก่การเคลื่อนไหวของชาว Mods และ ขออุทิศแด่ผู้ที่รักษารูปแบบและวัฒนธรรมของชาว Mods ให้คงอยู่มาตลอด 40 ปี ขอพระเจ้าคุ้มครองพวกเราชาวMods




........................................

ที่มา  http://th.wikipedia.org/wiki/ม็อด_(วิถีชีวิต)

ที่่มา http://www.thaiscooter.com/forums  บอร์ด: ข้อมูลรถ และปัญหาการใช้รถ Vespa, Lambretta


ขอขอบคุณ ความเห็นทุกความเห็นที่ทำให้เราทราบถึง คำศัพท์ชาวเวสป้า มา ณ ที่นี้ด้วย 
และอย่าลืมติดตามชมในแบบฉบับของ ชาวเวสป้า ในโอกาสต่อไป

สวัสดี...

วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555

กาลครั้งหนึ่ง My vespa.


My vespa


เวสป้าเป็นสิ่งที่อยู่ในใจผมมาตลอด มาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 
สาเหตุที่ทำให้ผมหลงใหล คงไม่พ้นความเป็นอักลักษณ์ที่แสนคลาสสิค  
ผมเองจึงเริ่มศึกษา และเก็บข้อมูลเวสป้ารุ่นต่างๆ อย่างจริงจัง  
ความฝันที่คิดอยากครอบครองก็มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน จนระยะเวลาผ่านไป 3 ปี 
หลังจากที่ได้ค้นหามานานแสนนาน ผมก็ได้เจอเวสป้าคันแรก เนื้อคู่ของผม รุ่นPX150e สีฟ้า 
อยู่ไกลถึงจังหวัดเชียงใหม่ ผมเลยตัดสินใจซื้อมาอยู่ด้วยกันซะเลย ด้วยเงินจำนวน  48,500 บาท 
เป็นราคาที่แพงมาก  ซึ่งเป็นเงินที่แม่มอบให้ผมเป็นรางวัลจากการสอบติดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
หลังจากที่ผมอ้วนวอนขอแม่อยู่เป็นเวลานาน  ความรู้สึกแรกที่ได้ขับ ผมตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก
 เพราะที่ผ่านๆมา ผมได้แค่ใช้สายตามองเท่านั้น ไม่เคยได้ลองสัมผัสขับมันเลย  
เวสป้าคันนี้มีจุดเล็กๆ ที่ผมมองเห็น คือ มันเป็นรถที่ขี่ได้นุ่มนวลและอดทนสูงเมื่อผมขี่มันออกไปที่ไกลๆ  
เวสป้าของผม ผมใช้งานมาแล้ว  3ปี เวสป้ามักจะมีเรื่องทำให้ผมตื่นเต้นอยู่เสมอ 
เพราะบางครั้งเวลารถเสีย ผมก็ต้องลงมือซ่อมและจัดการมันด้วยตนเอง 
เป็นบ้างไม่เป็นบ้างก็ต้องหัด และค่อยๆเรียนรู้  เวสป้าจึงเปรียบเสมือนหนึ่งการเรียนรู้ 
ที่สอนให้ผมมีความอดทนและใจเย็น ดังนั้นแล้วหากใครที่คิดจะลองเล่นรถเก่ารุ่นคลาสสิค 
ก็ต้องลองถามใจตัวเองให้ดีก่อน ว่าคุณชอบมันจริงๆหรือเปล่า 
เพราะหากคุณชอบและรักมันไม่ว่าจะเกิดปัญหาอะไร คุณก็จะสามารถผ่านพ้นทุกเรื่องอุปสรรค ไปได้ด้วยดี



เวสป้า ที่รัก !

เวสป้า 

         ถ้าได้สัมผัสจะทำให้คุณหลงไหลมัน


เวสป้า  ทำให้ผมรู้สึกว่า ประหลาดใจ ทำไมถึงมีรถแบบนี้อยู่ในโลกด้วยหรือ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ผมต้องบอกตัวเองว่าต้องรู้จักตัวตนจริงๆ ของมัน เพราะมันทำให้ผมตกหลุมรักเข้าแล้วสิ ...




เวสป้า (อังกฤษ: Vespa) เป็นรถมอเตอร์สกู๊ตเตอร์ เริ่มผลิตที่เมืองปอนเตเดรา ในแคว้นทัสกานี ประเทศอิตาลี ในปี ค.ศ. 1946 โดย Piaggio & Co,S.p.A
เวสป้าแพร่หลายในช่วงปี 50s และ 60s เป็นที่นิยมกันในหมู่วัยรุ่นอังกฤษ โดยเฉพาะพวก ม็อด (Mod)
เวสป้าในภาษาอิตาลี แปลว่า ตัวต่อ


ประวัติ

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Piaggio ที่แต่เดิมมีโรงงานผลิตชิ้นส่วนของเรือและส่วนเครื่องบิน หันมาผลิตเครื่องยนต์แบบง่ายในแบบ Four - Part P 108 ให้กับรถเวสป้า ที่โรงงาน Pontedera จึงเกิดความคิดที่สร้างยานพาหนะเล็กๆไว้เดินทางขนส่งและสำรวจใน โรงงานคือ MP5 หรือโดนัลดัค ซึ่งในรุ่นนี้ทำจากซากชิ้นส่วนของเครื่องบิน มันคือสกู๊ตเตอร์ หรือ รถจักรยานยนต์คันเล็กๆ ที่มีล้อต่ำๆ ช่วยต่อการขับขี่ไม่สิ้นเปลืองน้ำมันและราคาไม่แพง
ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1945 รถเวสป้ารุ่น MP6 ก็ถูกผลิตออกมาด้วยองค์ประกอบหลายอย่างที่สะดวกสบาย มีล้ออะไหล่ซึ่งขับขี่แบบง่ายๆ ถ้าในเวลาขับขี่รถติดก็มีที่กำบังกันน้ำกระเด็นใส่ Enrico ได้ฟังเสียงรถ MP6 เขาร้องออกมาว่า"มันเหมือนตัวต่อร้องเลย" ตั้งแต่นั้นมา Enrico ก็เลยให้ชื่อเสียงเรียงนามเรียกรถนี้ว่า Vespa ซึ่งแปลว่าตัวต่อ (Wasp)
รุ่นแรกเป็นสกู๊ตเตอร์ขนาดเล็กที่ใช้โครงสร้างตัวถังแบบชั้นเดียว หลังจากผลิตรถรุ่นดังกล่าวได้ประมาณ 100 คัน จึงลงมือผลิตรุ่นที่ใช้ชื่อว่า Vespa (Wasp) ออกมา รถรุ่นนี้มีความก้าวหน้ามากทั้งในด้านรูปทรงและด้านวิศวกรรม ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นต้นแบบของ Vespa ที่มีการวางจำหน่ายในท้องตลาดจนถึงกลางทศวรรษ 1990 สกู๊ตเตอร์รุ่นแรกมีขนาดเครื่องยนต์เพียง 98 cc. ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีขนาด 125 cc., 150 cc. และ 200 cc. ตามลำดับ
ในประเทศไทย Piaggio Group มีตัวแทนจำหน่ายรถเวสป้า ดำเนินธุรกิจโดย บริษัท เวสปิอาริโอ ​​​(ประเทศไทย) จำกัด
ติดตามข่าวสารล่าสุดได้ว่า 

รุ่นต่างๆ ของเวสป้า


เวสป้าออกมาทั้งหมด 138 รุ่น จนถึงปัจจุบัน

รุ่นบุกเบิก





  • Paperino - รุ่นแรก ผลิตในปี 1945 ที่ Biella
  • AMCA Troupes Aeról Portées Mle. 56 - ดัดแปลงโดยกองทัพฝรั่งเศส
  • VBC Super 150
  • VLB Sprint 150
  • VBB Standard 150
  • V9A
  • VNA
  • Vespa U - U มาจาก utilitaria (ภาษาไทย แปลว่า ประหยัด) เป็นรุ่นปี 1953 model ราคา 110 mila Lira ถูกผลิตออกมา 7000 คัน
  • GS 150
  • SS180
  • GS160
  • Standard 90 (3 spd)
  • Standard 50 (3 spd)
  • SS50 (4 spd)
  • SS90 (4 spd)-90 SS Super Sprint
  • 150 GL
  • 90 Racer
  • 125 TS
  • 100 Sport
  • 125 GTR
  • 150 Sprint Veloce
  • 180 SS Super Sport
  • Rally 180
  • Rally 200
  • Primavera 125 also ET3 (3 port version)
  • PK 50
  • PK 50 XL
  • PK 50 Roma (Automatic)
  • 50 S
  • 50 Special
  • 50 Special Elestart
  • 50 Sprinter / 50 SR (D)
  • 50 Special Revival
  • COSA 1 - 125cc, 150cc, 200cc
  • COSA 2 - 125cc, 150cc, 200cc
  • P80 / P80 E (France)
  • P80X/PX80 E (France)
  • PK 80 S / Elestart
  • PK 80 S Automatica / Elestart
  • PK100 S / Elestart
  • PK100 S Automatica
  • PK100 XL
  • PK125 XL / Elestart
  • PK 125 S
  • PK 125 E
  • PK 125 automatica (automatic tranny)
  • P 125 E
  • P200E
  • PX200EFL
  • PX200 Serie Speciale
  • T5 / Elestart (5 port engine 125cc P series)
  • T5 Classic (5 port engine 125cc P series)
  • T5 Millennium (5 port engine 125cc P series)

รุ่นล่าสุด





  • ET2 50 - 2stroke
  • ET4 50 - 4stroke
  • ET4 125 (Euro Model)
  • ET4 150 (US model)
  • Vespa S 50 และ 125

รุ่นปัจจุบัน



  • S 50 และ 125
  • GT60° 250cc
  • LX 50
  • LX 125
  • LXV 125 (ครบรอบ 60 ปีของรุ่น LX 125)
  • LX 150
  • GT 125
  • GT 200
  • GTS 250
  • GTV 250 (ครบรอบ 60 ปีของรุ่น GTS 250)
  • PX 125
  • PX 150 (ผลิตใหม่ในอเมริกาและแคนาดา ในปี 2004)
  • PX 200

รุ่นพิเศษ





  • Montlhéry - ผลิตในปี 1950 เพื่อทำลายสถิติในงาน Montlhéry
  • Torpedo - ผลิตในปี 1951 วิ่งได้เร็วถึง 171 กม/ชม




ประวัติ และรุ่นต่างๆ
คำแนะนำสำหรับผู้ต้องการศึกษา vespa หรือรถคลาสสิคอื่นๆ
ตรวจสอบรหัสรุ่นเวสป้า และ คำแนะนำจากกูรูต่างประเทศ
ติดต่อเวสป้ารุ่นล่าสุด

    โลกของเวสป้า

    Welcome to my world 


    Let's have fun 



                                                          VESPA  

                               
                                                     by  Sophon Tayacha